เรื่องไรไม่รู้

posted on 18 May 2011 13:29 by novaki

ห้องที่มืดมิดกลิ่นอับของราที่ฉุนขึ้นจมูกห้องราวกับว่างเปล่าราวกับเป็นห้องที่ไร้ซึ่งทุกสรรพสิ่งหากแต่ซ่อนเร้นไปด้วยความมุงร้ายอย่างยิ่งยวดหากแต่มีสองบุรุษที่อยู่ใน ณ ที่แห่งนี้จ้องมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าราวกับมันน่าสนใจมากกว่าที่จะมาใส่ใจกับกลิ่นราฉุนๆและบรรยกาศที่แสนจะน่ากดดัน

“ความวุ่นวายบนโลกมนุษย์นี้มีให้ดูอย่างไม่จบไม่สิ้นเลยนะ”เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิดขงห้องด้วยความรื่นรมย์แล้วยกไวท์ชั้นดีขึ้นมาจิบเลยน้อยพอเป็นพิธีก่อนที่จะให้ความสนใจกับสิ่งหน้าต่อไปราวกับเป็นสิ่งหรรษาชั้นยอดที่ทำให้เขาไม่รู้จักเบื่อหน่าย

“นั้นสินะครับ รู้ทั้งรู้อยู่แล้วว่ามันจะออกมาเป็นแบบนี้ แต่กลับดื้อรั้นทำต่อไป” บุรุษข้างตัวเอ่ยขึ้นมาด้วยความเฉยชาราวกับดูแคลนพวกมนุษย์เสียเหลือเกิน

“แหมๆๆนั้นก็เป็นจุดเด่นของพวกนั้นหรือกันล่ะ…อีกอย่างนะถ้าพวกนั้นไม่เป็นแบบนี้แล้วมันจะสนุกตรงไหนล่ะ”รอยยิ้มเยือกเย็นที่เผลอยิ้มออกมาพร้อมกับคำพูดนั้นทำให้บุรุษข้างตัวไหวกายเล็กน้อยก่อนที่จะเอ่ยเถียงออกไปอย่างหน่ายๆ

“ก็เพราะว่าคาดเดาการกระทำได้ง่ายนะซิครับพวกนั้นถึงน่าเบื่อแบบนี้”อีกตอบกลับมาด้วยความเย็นชาก่อนที่จะดันแว่นของตนขึ้นด้วยความเบื่อหน่ายกับเจ้านายของตนที่ชอบเห็นเรื่องเดือดร้อนของชาวบ้านเป็นเรื่องสนุกอยู่เรื่อยไป

“ฮ่าๆๆนั้นก็เพราะว่าคาดเดาได้ง่ายนะซิ พวกนั้นจึงใช้การได้ง่าย พฤติกรรมซ้ำๆซากๆที่ผ่านมาจนชินตาไม่จะยุคไหนหรือสมัยใดก็ตามเกิดขึ้นซ้ำครั้งแล้วครั้งเหล่าก็ไม่รู้จักพัฒนาตนเองเสียเลย…อืม~~หรือว่าพวกมนุษย์มันเน่าเฟอะไปหมดแล้วหรือไงว้า…เน้อ^_^”   อีกฝ่ายละสายตาจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก่อนที่จะหันมาตอบคำถามของคนข้างตัวอย่างอารมณ์ดีด้วยน้ำเสียงที่ไร้เดียงสาพร้อมกับสังเกตนัยน์ตาและท่าทีของอีกฝ่ายไปด้วยก่อนที่จะเอ่ยต่อไปว่า

“ก็นะพวกเรานะไม่มีทางเลือกเลยนี้น้า ใครใช้ให้ไอ้ราชาบ๊องนั้นจะมาเกิดที่บนโลกมนุษย์นี้ล่ะ”

“คามิซามะ ครับ” อีกฝ่ายเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด

“จ้าจ้ารู้แล้วว่าห้ามดูถูกราชา” คามิซามะเอ่ยรับด้วยน้ำเสียงที่เบื่อหน่ายก่อนที่จะหัวกลับมาทำงานตรงหน้าที่ค้างไว้ให้เสร็จต่อ

 อีกด้านหนึ่ง

ท่ามกลางว่างเปล่าปฐพีที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงจากไฟแห่งสงครามและสายธารโลหิตที่หลั่งรดแดนดินแห่งนี้ ณ ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยซากศพจากสงครามนับได้ว่าเป็นที่โหดร้ายนักจากผู้ที่ไม่เคยผ่านสงครามมาก่อนเลย

“ที่นี้ มันอะไรว่ะเนี้ย”เค้าพึมพำอย่างหงุดหงิด จำได้ว่าเราอยู่ที่โรงเรียนไม่ใช่หรือไงแล้วไงมาโผล่ที่นี้ได้ล่ะเนี้ย~โว๊ยยงงวุ้ย พลางเดินเรื่อยๆอย่างไรจุดมุ่งหมายด้วยความคิดว่ามันเพียงแต่ความฝันแต่ฝันแบบนี้

"ไม่เอาเว้ยยยยย"

“เปลวเพลิงแผดเผา ปฐพีแข็งกร้าว วารีแห้งเหือด วายุตราผันแปร เลือดในกายร้อนระอุกระหายไปด้วยไฟแห่งสงคราม

เจ้าจงเป็นผู้แก้คำสาปร้ายนี้ซะ องค์หญิง”

“หืม ใครล่ะนั้นน่ะ”  ผมหันไปหาตามเสียงนั้นด้วยความดีใจที่ยังคงมีคนอุสาห์เหลืออยู่เป็นเพื่อนกับเขาด้วยถึงจะยังไม่เห็นตัวก็เถอะว่าอยู่ตรงไหน

“ท่านต้องแก้คำสาปให้ได้ องค์หญิง”

“หา~ องค์หญิง” เอ๋อรับประทานสิครับ กะจะเดินมาถามเอ้ย!คุยด้วยซะหน่อยว่ามันที่ไหนไงมีองค์หญิงมาเอี่ยวได้ฟ่ะ

"เอ่ย...ยายครับองค์หญิงอะไรหรอครับ"ผมถามออกไปด้วยความมึนงงและเอ๋อรับประทาน

“ใช่แล้วองค์หญิงท่านต้องแก้คำสาปนี้ให้ได้”แต่เสียงลึกลับที่เขาไม่แม้จะเห็นเส้นผมสักเส้นแต่ดันเรียกชาวบ้านไปว่ายายแล้วนั้นหาได้สนใจคำถามของเขาสักเท่าไหร่ก็เอ่ยต่อไป

“เดี๋ยวดิ! แล้วใครล่ะนั้นนะองค์หญิง”เว้ยไรว่ะเนี้ย องค์หญิงอยู่ได้

“ท่านต้องแก้คำสาปให้ได้ ต้องแก้ให้ได้...แก้..ให้..ได้....”เสียงนั้นค่อยๆแผ่วเบาไปเรื่อยๆจนกระทั้งเงียบหายไปในที่สุด  แล้วปล่อยให้ผมมายืนเอ๋ออยู่ที่ไหนก็ไม่รู้เนี้ยนะถึงจะเป็นในความฝันก็เถอะ

“เฮ้ย! ไรว่ะ กลับมาพูดให้รู้เรื่องก่อนดิ”ผมโว๊ยว๊ายออกมาด้วยความรำคาญ

“หืม~เธอไม่เข้าใจตรงไหนล่ะครูจะอธิบายให้เธอฟังอย่างละเอียดเลยล่ะ มุคุโร่คุง” อ๊ะอาจารย์วาเนียร ที่ในห้องเรียนนี้ว้าแล้วเมื่อกี้ล่ะยังล่ะเนี้ย  แล้วไงผมถึงขึ้นมายืนอยู่บนโต๊ะเรียนได้ละเนี่ย

“คิกๆๆๆ” เสียงหัวเราะดังขึ้นมาเบาๆทั่วทั้งห้อง

“เอ้า ว่าไงจ๊ะไม่เข้าใจตรงไหนหรอ มุ คุ โร่ คุง” อาจารย์วาเนียรเอ่ยขึ้นมาด้วยเสียงเหี้ยมเกรียมรอยยิ้มหวานที่บรรจงแต่งขึ้นมานั้นไม่ได้ช่วยให้ความน่ากลัวที่แพร่ออกมาลดน้อยลงเลย 

ซวยแล้วไง มุคุโร่นึกอย่างหวาดๆก่อนที่จะค่อยๆลงจากโต๊ะเรียนแล้วเหลือบตา เอ้ย! แล้วกวาดสายตาไปบนหนังสือของเพื่อนข้างโต๊ะว่ากำลังเรียนเรื่องอะไรกันอยู่ อ่ะ สงครามดอกกุหลาบ

“เออ…สงครามดอกกุหลาบเนี้ยมันเกิดขึ้นเพราะอะไรหรอครับ”มุคุโร่ถามขึ้นมาอย่างมั่นใจ

“คิกๆๆๆๆเธอนี้เข้าใจถามนะจ๊ะมุคุโร่คุง”อาจารย์วาเนียรยิ้มแย้มด้วยความดีใจรังสีอาฆาตที่แพร่รออกมาลดน้อยลง

รอดแล้วเรา มุคุโร่ร้องด้วยความดีใจ

 " แล้วมันใช่ที่ไหนกันละ....หา มุ คุ โร่ Yell "  อาจารย์วาเนียร ตะโกนเสียงดัง ลั่นชั้นเรียน รัศมีความอาฆาต ถุกปล่อยออกมาเต็มที่

" อะ..เอ๋ไม่ใช่หรอครับ อาจารย์วา...เนียร" มุคุโร่พูดเสียงอ่อย

 กิ๊งก๊อ~ง

 "เห้~อ รอดตัวไป"มุุคุโร่พึมพำขึ้นมาอย่างเหนื่อยล้า

"คิกๆๆ"

"หืม มีอะไรหรอ เซร่า"ร่างสูงหันไปมองเพื่อนร่อมห้องของตนอย่าง งงๆ

"ก็ ก็ คิกๆๆ" ร่างเล็กพยามกั้นหัวเราะเบาๆ

"หืม อะไรหรอเซร่า"มุคุโร่ถาม งงกว่าเดิมพร้อมกับยื่นหน้าไปมองเพื่อนตัวเอง

 

"ก ก็ หน้านายนะิ มุคุโร่" เซร่าเอ่ย ขำๆ พร้อมกับชี้ใบหน้าอีกคน

"หน้าฉัน?"

"ใช่ หน้านายนะมุคุโร่"


edit @ 18 Nov 2011 19:02:31 by ยมทูตแสนเศร้า

Comment

Comment:

Tweet

แหม่แล้วconfused smile

#2 By โนวากิ on 2011-05-19 09:39

มันบ้าใช่ป่ะ

#1 By winddy (180.183.114.5) on 2011-05-18 14:50